RSS

วิธีดูแลตัวเอง ให้มีความสุข


วิธีดูแลตัวเอง ให้มีความสุข




มองแต่สิงดีดี 30 วิธี ช่วยตัวเองให้มีความสุข 

1. นึกไว้เสมอว่า การโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง

2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจกรับรองว่าเขาต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้ง

3. ลองปลูกต้นไม้เองซักต้นการเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

4. หลับตานิ่งๆสัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน

5. ระหว่างแปรงฟันฮัมเพลงไปด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นเป็น 2 เท่า

6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลงจากรสชาติที่ธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย

7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหนก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด

8. การขึ้น-ลงบันไดสูงๆแบบไม่ให้เมื่อย คือ การไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร

9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆทันทีที่คุณถามเขาว่า ?ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ?

10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทานไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก

11. ควรหัดพูดคำว่า ไม่เป็นไร ให้เคยปากมากกว่าจะพูดคำว่า จะเอายังไง

12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ไปสายเหมือนเมื่อก่อน

13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง ดังนั้น เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้ จึงเล่าให้มันฟังได้

14. อาหารที่จะไม่ชอบกินตอนเด็กลองตักเข้าปากอีกสักที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

15. เขียนชื่อคนที่คุณเกลียดใส่กระดาษ แล้วฉีกทิ้ง (หรือแปะไว้ใต้รองเท้าแล้วใส่รองเท้านั้นไปเดินเล่น
สักพัก)ความเกลียดจะเบา บางลงเรื่อยๆ

16. ปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้ง จะดูแทบไม่ออกเลยว่าเพิ่งร้องไห้

17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆจะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อได้เห็นมันอีกครั้ง

18. ก่อนซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมัน ทำให้ได้ 3 ข้อก่อน

19. ถึงเสื้อและกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใสสลับกันไปเรื่อยๆก็จะดูเหมือนมีเยอะขึ้น

20. ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง

21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะ จนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด

22. ในวันที่รู้สึกเศร้าหรือเหงาๆเดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองซักดอกก็จะดีขึ้น

23. แอบรักใครสักคน...ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร

24. ถึงจะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความจะแต่งตัว สวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นี่

25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆคนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน

26. ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมถึงจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบ มันอาจจะไม่สนุก แต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่

28. วันที่ตื่นเช้าให้บิดขี้เกียจให้นานที่สุด เท่าที่จะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย

29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมให้คุณเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท




http://www.baanmaha.com/community/thread23746.html

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เพลงไม่พูดก็เข้าใจ



เพลง ไม่พูดก็เข้าใจ




แพรว คณิตกุล,โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ - ไม่พูดก็เข้าใจ (เพลงประกอบละคร ตะวันฉายในม่านเมฆ)
คำร้อง มณฑวรรณ฀ศรีวิเชียร
ทำนอง เรืองกิจ฀ยงปิยะกุล
เรียบเรียง ศักดิ์สิทธิ์฀เวชสุภาพร


(ช) ทุกทุกเช้าที่ตื่นมา฀ฮัมเพลงเดิมซ้ำไปมา
เพลงที่แต่งแต่ไม่จบ สักที
เธอมาช่วยเติมคำร้อง ลงไปในท่วงทำนอง จนเกิดเพลงนี้

(ญ) ฟังเพลงรักมามากมาย ฟังใจความซึ้งเท่าไหร่
ไม่รู้สึกเหมือนได้อยู่ ใกล้เธอ
รักที่เหมือนไกลสุดไกล ก็แค่เอื้อมมือไปได้฀รออยู่เสมอ

(คู่) ไม่พูดอะไร ก็เข้าใจกันทุกคำ
ไม่เคยต้องถาม ก็ตอบมาได้ตรงใจ
ไม่ต้องเรียกร้องก็ได้รับ กับสิ่งที่ดีมากมาย
เข้าใจเมื่อได้รักเธอ

(ช) ฟ้าของฉันที่มืดมน พอมีเธอไม่มัวหม่น
มันสว่างและทุกอย่างสวยงาม
เธอมาเป็นความสดใส เธอมาไล่เมฆก้อนใหญ่ ไปจากใจฉัน

(ญ) รักที่ฉันเฝ้าตามหา
พอมีเธอถึงรู้ว่าความเป็นจริง฀มันยิ่งกว่าฝันดี

(คู่) เพิ่งได้รู้ว่าข้างใน฀ใจคนเราเมื่อรักใคร฀รู้สึกอย่างนี้

(คู่) ไม่พูดอะไร ก็เข้าใจกันทุกคำ
ไม่เคยต้องถาม ก็ตอบมาได้ตรงใจ
ไม่ต้องเรียกร้องก็ได้รับ กับสิ่งที่ดีมากมาย
เข้าใจเมื่อได้รักเธอ

(ช) ไม่พูดอะไร ก็เข้าใจกันทุกคำ

(ญ) ไม่เคยต้องถาม ก็ตอบมาได้ตรงใจ

(ช) ไม่ต้องเรียกร้องก็ได้รับ

(คู่) กับสิ่งที่ดีมากมาย เข้าใจเมื่อได้รักเธอ

(คู่) ไม่พูดอะไร ก็เข้าใจกันทุกคำ
ไม่เคยต้องถาม ก็ตอบมาได้ตรงใจ
ไม่ต้องเรียกร้องก็ได้รับ กับสิ่งที่ดีมากมาย
เข้าใจเมื่อได้รักเธอ

(คู่) เข้าใจเมื่อได้รักเธอ




http://music.gmember.com/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88-(%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3-%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%86)-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7-%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5,%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%8B-%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4.../Song-1206132101

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เพลงไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้



เพลงไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้


เพลง :ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ (Possible) Feat. Sin (Singular)
ศิลปิน :Lula
อัลบั้ม :Spring



(Lula) วันที่ฟ้า ดูไม่ค่อยเป็นใจ อาจทำให้ใครบางคนนึกหวั่น
หวาดกลัว ว่าความรักไม่มีจริง
ความรักมันก็เลยยิ่งห่างไกล ออกไป

(Lula) ลองเปิดตา มองท้องฟ้าดูใหม่
ลืมและลบความกลัวที่เคยมี ออกไป
เธอนั้นจะเข้าใจ ความรักที่ดีดีมีอยู่จริง เธอเชื่อมั้ย

(Sin) ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับฉัน
เธออาจได้เจอกับคนที่เธอ ไม่คาดฝัน
เค้าอาจมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วบอกรักเธอ
เหมือนดังในความฝัน
เธออาจได้เจอกับคนของเธอ เข้าสักวัน
คนที่ทำให้ใจ ไม่หนาวสั่น
อย่างกับฉันที่ยังคอยบอกตัวเอง อยู่ทุกวัน ว่าฉันจะได้เจอ

(Lula) ลองเปิดตา มองท้องฟ้าดูใหม่
ลืมและลบความกลัวที่เคยมี ออกไป
เธอนั้นจะเข้าใจ ความรักที่ดีดีมีอยู่จริง เธอเชื่อมั้ย

(Sin) ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับฉัน
เธออาจได้เจอกับคนที่เธอ ไม่คาดฝัน
เค้าอาจมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วบอกรักเธอ
เหมือนดังในความฝัน
เธออาจได้เจอกับคนของเธอ เข้าสักวัน
คนที่ทำให้ใจ ไม่หนาวสั่น
อย่างกับฉันที่ยังคอยบอกตัวเอง อยู่ทุกวัน ว่าฉันจะได้เจอ

(พร้อมกัน) เธอเคยลองถามตัวเองดูมั้ย ว่าหนึ่งชีวิตต้องการอะไร
แล้วถ้าสิ่งนั้นมันอยู่ห่างไกล เธอจะลองเชื่ออย่างฉันมั้ย

(พร้อมกัน) ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับฉัน
เธออาจได้เจอกับคนที่เธอ ไม่คาดฝัน
เค้าอาจมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วบอกรักเธอ
เหมือนดังในความฝัน
เธออาจได้เจอกับคนของเธอ เข้าสักวัน
คนที่ทำให้ใจ ไม่หนาวสั่น
อย่างกับฉันที่ยังคอยบอกตัวเอง อยู่ทุกวัน ว่าฉันจะได้เจอ

(Lula) ว่าฉันจะได้เจอ...
(Sin) ว่าฉันจะได้เจอ...
(Lula) ว่าฉันจะได้เจอ

ที่มา http://music.gmember.com/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-(Possible)-Feat.-Sin-(Singular)-Lula/Song-1206061001

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

สถานที่ท่องเที่ยวชลบุรี


สถานที่ท่องเที่ยวชลบุรี



ชลบุรี


"ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย" หลายคนคงจะคุ้น ๆ ว่านี่เป็นคำขวัญประจำจังหวัดชลบุรี หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า "เมืองชล"

           จังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดท่องเที่ยวชายทะเลตะวันออกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เป็นแหล่งเกษตรกรรมปลูกพืชเศรษฐกิจได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา รวมทั้งเป็นที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และแหล่งอุตสาหกรรมโรงงานที่สำคัญ

           ทั้งนี้ เมืองชลบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 80 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 4,363 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ คือ อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอหนองใหญ่ อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอพานทอง อำเภอบ่อทอง อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ อำเภอเกาะสีชัง และอำเภอเกาะจันทร์ สำหรับ พัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ และมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องมีการบริหารปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษ เรียกว่า เมืองพัทยา โดยแยกออกจากการปกครองของอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

           สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดชลบุรีนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น...
 เกาะล้าน

 เกาะล้าน

          อยู่ห่างชายฝั่งพัทยา 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที หากเดินทางโดยเรือเร็วใช้เวลาเพียง 15 นาที มีพื้นที่ประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เรือลากร่มชูชีพ เรือสกี สกู๊ดเตอร์ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้านมีเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ

เกาะสีชัง

 เกาะสีชัง

          เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ ชุมชนเกาะสีชังอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือสกายแล็ปไปยังจุดอื่นๆ บนเกาะสีชัง

 บางเสร่

           เป็นชุมชนหมู่บ้านประมง อยู่ห่างจากพัทยาประมาณ 16 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิทบริเวณกิโลเมตรที่ 164 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทางด้านใต้ของบางเสร่จะเป็นอ่าวน้ำลึกซึ่งเหมาะแก่การตกปลา ปลาที่ชุกชุมมาก คือ ปลาปะการัง หรือ ปลาเก๋า ส่วนทางเหนือมีหาดทรายสวยงามพอสมควร เล่นน้ำได้ มีเรือให้เช่าไปตกปลา ที่บางเสร่มีร้านอาหารทะเลอร่อยอยู่หลายร้าน

พัทยา

 พัทยา

          มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ มีถนนเลียบชายหาดที่ร่มรื่น ชายหาดทางด้านเหนือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำ นั่งพักผ่อน หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่าง ๆ ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางด้านใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น ทั้งแหล่งอาหาร เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆ มากมาย

หาดทรายแก้ว


 หาดทรายแก้ว

         เป็นหาดที่สวยงามมาก อยู่ในความดูแลของหหารเรือ และอยู่ใกล้โรงเรียนชุมพลทหารเรือ มีบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์0-3843-6187 ต่อ 2070, 2607

 เขาสามมุข

          สัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี เป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป บริเวณเขาสามมุขมีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากขับรถขึ้นไปบนเขาจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลบางแสนได้สวยงาม

เขาชีจรรย์


 พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์

           ตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับทางไปวัดญานสังวราราม โดยแยกจากถนนสุขุมวิท บริเวณกิโลเมตรที่ 160 ไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักด้วยแสงเลเซอร์บนหน้าผาของเขาชีจรรย์ ศิลปสุโขทัยผสมล้านนา ขนาดความสูง 130 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร มีชื่อว่า "พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา" สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุระบรรจุพระรัตนะบรมสารีริกธาตุ บริเวณโดยรอบตกแต่งเป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจสวยงาม อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

 อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม

           เกาะขามเป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร เป็นเกาะที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีชายหาดที่สวยงาม กิจกรรมท่องเที่ยวประกอบด้วย การนั่งเรือท้องกระจกชมประการัง การดำน้ำชมประการัง เล่นน้ำทะเลริมหาดทรายที่ใสสะอาด ชมหมู่เกาะและทัศนียภาพทางทะเล รับความรู้และข้อมูลด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองกิจการพลเรือน กองเรือป้องกันฝั่ง ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20180 โทร 0-3843-2170 หรือ โทร 0-9936-9409





 หาดนางรำ

           อยู่ใกล้กับท่าเรือจุกเสม็ดหรือท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เป็นหาดยาวประมาณ 200 เมตร เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจ บริเวณมีร้านอาหารและที่พักของสโมรสรทหารเรือ สุดปลายหาด คือ แหลมปู่เจ้าประดิษฐานศาลเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์0-3843-1261







 เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร

           ตั้งอยู่ที่ท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า "จักรีนฤเบศร" หมายถึง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี เป็นเรือที่ต่อในประเทศสเปน เมื่อปี 2537 เรือลำนี้มีทั้งหมด 11 ชั้น มีความยาว 182 เมตร กว้าง 30.5 เมตร เป็นเรือที่มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีระบบเรด้าห์ตรวจการระยะไกล ภารกิจที่สำคัญในยามสงคราม ทำหน้าที่เป็นเรือธง ควบคุมและบังคับบัญชากองเรือในทะเลทั้งหมด และยังเป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน ควบคุมการปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศอีกด้วย

          เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00 - 16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศต้องทำหนังสือถึงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ สัตหีบ ชลบุรี 20180 สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 0-3843-8457-62




 พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย 

          อยู่บริเวณเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต จัดตั้งขึ้นโดยกองทัพเรือ มีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยู่บริเวณเชิงเขาด้านหน้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กราบสักการะก่อนเดินขึ้นเขาสำรวจเส้นทางต่อไป โดยพิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 5 อาคาร คือ เทิดพระเกียรติมหาราช ปวงปราชญ์ร่วมใจ ใฝ่เรียนรู้ผู้ฉลาด พิฆาตความไม่ดีที่ประจักษ์ และ พิทักษ์ศักยภาพทะเลไทย ตามลำดับ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเชิงวิชาการ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้มีความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

          เปิดทำการ วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. เสียค่าบำรุง เด็กเล็กเข้าฟรี ส่วนเด็กที่สูงเกิน 110 ซม. และศึกษาไม่เกินชั้น ม.6 คนละ 20 บาท ผู้ใหญ่ คนละ 50 บาท ชาวต่างชาติ คนละ 200 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทรศัพท์ 0-3843-2471 และ 0-3843-2475 หมายเหตุ อาคารที่ 3 และ 4 อยู่ในระหว่างดำเนินการจัดแสดง

 อุทยานหินล้านปี และฟาร์มจระเข้พัทยา

           ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองปลาไหล จากถนนสุขุมวิทบริเวณนาเกลือมีป้ายบอกทางแยกหลักกิโลเมตรที่ 140 ใกล้สะพานลอยหน้าวัดสว่างฟ้า เข้าไปตามถนนชัยพรวิถี (ทางหลวงหมายเลข 3024) เส้นทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ประมาณ 5 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ภายในบริเวณตกแต่งอย่างสวยงามด้วยหินรูปร่างสวยงามแปลกตา และไม้ดัดที่น่าสนใจ คือ ต้นไม้ที่กลายเป็นหินมีอายุนับล้านปี และไม้ดัดไทยที่มีอายุ 200 ปี มีฟาร์มจระเข้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม นกนานาชนิดเช่น นกกระจอกเทศ นกกระเรียน นกอีมู สัตว์หายากเช่น ม้าแคระ ม้าเผือก หมีเผือก จระเข้เผือก มีการแสดงจับจระเข้ การแสดงมายากล และสัตว์แสนรู้

          เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 – 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 80 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างประเทศ 300 บาท เด็ก 100 บาท โทรศัพท์ 0-3824-9347-9 กรุงเทพฯ โทรศัพท์0-2579-5033, 0 2941-3251–3

 อันเดอร์ วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา (Underwater World Pattaya)

           เป็นแหล่งรวมพันธ์ปลาทะเลในด้านอ่าวไทย นักท่องเที่ยวสามารถชมผ่านมิติใหม่โดยเดินลอดอุโมงค์แก้ว ที่เปิดให้เห็นปลาประเภทต่างๆ ที่ว่ายอยู่รอบๆ ได้ถึง 180 องศา อุโมงค์มีความยาว 105 เมตร แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โซนปะการัง มีปลาสวยงามซึ่งหาดูได้ยาก เช่น ปลาสิสมุทร ปลาพยาบาล ปลาผีเสื้อ ฯลฯ โซนปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน โซนเรืออัปปาง มีปลาประมงต่างๆ มีปลาประมงต่าง ๆ เช่น ปลาเก๋า ปลาจาระเม็ด ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงให้อาหารสัตว์ทั้งบนผิวน้ำ และดำไปให้อาหารใต้น้ำ เป็นรอบ ๆ ในแต่ละโซน

           อันเดอร์ วอเตอร์ เวิลด์ ตั้งอยู่เส้นสุขุมวิท - หนองปรือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 - 18.00 น. (ปิดจำหน่ายตั๋ว 17.30 น.) อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ไทย 200 บาท เด็ก 120 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็กต่างชาติ 200 บาท รายละเอียดอื่นๆ สอบถามได้ที่ 0-3875-6879





 เพอคูล่าฟาร์ม 

          ดำเนินธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม มีเนื้อที่ 2 ไร่ ติดชายทะเล ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงสาย 331 สี่แยก กิโลเมตรที่ 10 ทางไปสนามบินอู่ตะเภา เข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ทางเข้าบ้านช่องแสมสาร กิจกรรมภายในฟารม์เน้นการให้ความรู้และขั้นตอนการเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน และปลาทะเลอื่น ๆ เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ทัศนศึกษา ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้พฤติกรรม และอุปนิสัยของปลาอย่างใกล้ชิด พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการคอยให้ความรู้และตอบข้อซักถาม ราคาบัตรเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-16.00 น. เว็บไซต์ www.perculafarm.com

พิพิธภัณฑ์ริบลี่ส์

 ริบลีส์ เวิลด์ ออฟ เอ็นเตอร์เม้นท์

           ตั้งอยู่ที่ ศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่า ชั้น 3 พัทยา ถนนชายหาดพัทยา กิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ดังนี้

           1. พิพิธภัณฑ์ริบลี่ส์ เชื่อหรือไม่ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวที่แปลกประหลาด และสิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ ที่สะสมไว้จากทั่วโลกกว่า 300 ชิ้น ของนายโรเบิร์ต ริปลียส์ ชาวอเมริกัน เช่น ม้าสามขา มนุษย์สี่ตา ศีรษะมนุษย์ย่อส่วน และพิพิธภัณฑ์ปลาฉลาม อัตราค่าเข้าชม คนไทย 280 บาท เด็ก 230 บาท ชาวต่างชาติ 380 บาท เด็ก 280 บาท

           2. โรงภาพยนต์ 4 มิติ เป็นโรงภาพยนต์แห่งอนาคตในระบบ 4 มิติที่ใช้ระบบพิเศษ ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง อัตราค่าเข้าชม 200 บาท

           3. มหัศจรรย์เขาวงกต ชมแสง สี เสียง และ เอฟแฟค พิเศษทันสมัยถึง 16 ห้อง ชมความสวยงามของมิติพิศวงและภาพลวงตา อัตราค่าเข้าชม คนไทย 280 บาท ชาวต่างชาติ 380 บาท

           4. โกดังผีสิง ผจญภัยในโกดังผลิตโลงศพที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 5 แห่งของโลก อัตราค่าเข้าชม คนไทย 280 บาท ชาวต่างชาติ 380 บาท อัตราค่าเข้าชมเป็นแพ็กเกจรวม คนไทย 1,040 บาท เด็ก 990 บาท ชาวต่างชาติ 1,340 บาท เด็ก 1,240 บาท และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์0-3871-0294-8 กรุงเทพฯ โทรศัพท์0-2247-0777 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 23.00 น.

สวนสัตว์เขาเขียว

 สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

           ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ ในเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ สามารถเดินทางเข้าถึงได้ 2 เส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิทไปประมาณ 19 กิโลเมตร ผ่านอ่างเก็บน้ำและสนามกอล์ฟบางพระ หรือจากทางหลวงหมายเลข 36 จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ สวนสัตว์แห่งนี้ดำเนินการโดยองค์การสวนสัตว์ มีสัตว์ป่าต่างๆ จากแถบเอเชียและแอฟริกา ให้ชมมากกว่า 200 ชนิด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นหรือนั่งรถชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00 - 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 70 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่าวชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 16.00 น. เช่น เหยี่ยวโฉบเหยื่อ นกมาคอว์ปั่นจักรยาน เป็นต้น

           นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมชมสัตว์ตอนกลางคืน หรือ ไนท์ซาฟารี ทุกวัน ระหว่างเวลา 18.00 – 21.00 น. ซึ่งจะพบเห็นพฤติกรรมของสัตว์ที่หากินยามกลางคืน เช่น ละอง ละมั่งฝูงใหญ่ วัวแดง กระทิง หมีขอ นกแสก สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 0-3829-8195

 สวนเสือศรีราชา

           อยู่ห่างจากตลาดศรีราชา (ทางไปโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา) ไปตามทางหลวงหมายเลข 3241 ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์ มีฟาร์มเพาะเลี้ยงเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลกว่า 200 ตัว รวมทั้งฟาร์มจระเข้ และสัตว์อื่นๆ อีกนานาชนิด นักท่องเที่ยวจะได้ชมการอยู่ร่วมกันของเสือกับหมูและสุนัข มีการแสดงการจับจระเข้ ละครสัตว์ การแข่งขันหมูวิ่ง ราชินีแมงป่อง สวนเสือศรีราชาเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 - 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างประเทศ 300 บาท เด็ก 150 บาท โทรศัพท์0-3829-6556-8 กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2934-7841

 บางแสน
 
หาดบางแสน

           อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 14 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตรงหลักกิโลเมตรที่ 104 เข้าไป 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยที่มีชื่อเสียงมาช้านาน มีถนนตัดเลียบชายหาด ซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและที่พัก มีเก้าอี้ผ้าใบสำหรับพักผ่อนรับประทานอาหารใต้ร่มเงาทิวมะพร้าว มีห่วงยางว่ายน้ำ บาบาน่าโบ๊ต จักรยานให้เช่า และห้องอาบน้ำจืด ทุกวันหยุดจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทย เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯจึงสามารถมาเที่ยวแบบเช้าไป – เย็นกลับได้

ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา

 ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา

          สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปวัฒนธรรมไทยใจกลางเมืองพัทยา ที่จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยที่เรียบง่าย เรียนรู้วิถีพอเพียงดั้งเดิมที่ผูกพันกับสายน้ำตั้งแต่อดีตสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลใน 4 ภาค ของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และ ภาคใต้

          ณ ที่นี่ ตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติจะได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงาม นั่งเรือพายชมทัศนียภาพ 2 ฝั่งน้ำ สัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การค้าขายทางน้ำตระการตากับร้านค้าเรือนไทยไม้สักทั้งหลังที่สวยงาม โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตลาดน้ำ สำหรับสินค้าทั้ง 4 ภาค จะแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิตแต่ละภาค

          เป็นไงกันบ้างคะ สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่นี่น่าเที่ยวสุดๆ เลยใช่ไหม นอกจากนี้ ที่ จังหวัดชลบุรี ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย พร้อมความบันเทิงที่หลากหลาย อาทิ "พัทยาคาร์ท สปีดเวย์" สนามแข่งรถเล็ก, "ทิฟฟานีโชว์" การแสดงคาบาเร่ต์โดยนักแสดงชายล้วน ด้วยฉากแสงสีเสียงอันตระการตา, อัลคาซาร์ คาบาเรต์, สนามแข่งรถพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต, สนามแข่งรถเล็ก เค อาร์ โกคาร์ท กรังปรีซ์ ฯลฯ

ข้อมูลการเดินทาง

รถยนต์

           จากกรุงเทพ ฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้หลายเส้นทาง คือ

           1. ใช้เส้นทางสายบางนา - ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี

           2. ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ - มีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา-บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี

           3. ใช้เส้นทางสายเก่า ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไปจนถึงแยกอำเภอบางปะกง และให้แยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 34 ไปจนถึงจังหวัดชลบุรี

           4. ใช้เส้นทางหลวงพิเศษ (MOTOR WAY) สายกรุงเทพฯ – ชลบุรี - พัทยา โทรศัพท์ 1193, 0-3839-2001

รถไฟ  

           จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวันๆ ละ 1 เที่ยว ไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟพลูตาหลวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทรศัพท์ 1690, 0-2223-4334, 0-2220-4444

รถโดยสารประจำทาง

           จากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) มีบริการรถโดยสารปรับอากาศไปชลบุรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 5.30 - 21.00 น. รถออกทุก 40 นาที โทรศัพท์ 0-2391-9829 รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 มีบริการระหว่างเวลา 5.00 – 21.00 น. ออกทุก 30 นาที โทรศัพท์ 0-2391–2504 รถโดยสารธรรมดามีบริการตั้งแต่เวลา 5.00 - 21.00 น. ออกทุก 30 นาที โทรศัพท์ 0-2391-2504 หรือจะขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ก็ได้ มีรถโดยสารปรับอากาศบริการตั้งแต่เวลา 6.30 - 18.30 น. โทรศัพท์ 0-2936-2852-66

  หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ   

           - สำนักงานจังหวัดชลบุรี โทรศัพท์ 0-3827-5034

           - เทศบาลเมืองชลบุรี โทรศัพท์ 0-3827-9407 ต่อ 112

           - ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทรศัพท์ 0-3827-9448

           - ตำรวจท่องเที่ยว โทรศัพท์ 1155

           - CallCenterพัทยา โทรศัพท์ 1337

           - ตำรวจท่องเที่ยว (พัทยา) โทรศัพท์ 0-3842-9371, 0-3842-5937

           - สถานีตำรวจภูธร (พัทยา) โทรศัพท์ 0-3842-0802–5

           - สถานีตำรวจภูธร(จอมเทียน) โทรศัพท์ 0-3823-2330-1

           - สถานีตำรวจภูธร (บางละมุง) โทรศัพท์ 0-3822-1800, 0-3822-1331

           - โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โทรศัพท์ 0-3825-9999

           - โรงพยาบาลเอกชล โทรศัพท์ 0-3827-3840, 0-3879-1790-9

           - โรงพยาบาลบางละมุง โทรศัพท์ 0-3842-9244

           - สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทรศัพท์ 0-3842-9877







http://travel.kapook.com/view918.html


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ไอติมช็อคโกแล็ตชิพ


ไอติมช็อคโกแล็ตชิพ





ส่วนผสม
 ไข่แดง 6 ฟอง
น้ำตาลทราย 2/3 ถ้วย
วานิลา 1 ช้อนโต๊ะ
เฮฟวี่ครีม 1 ถ้วย
นมสด 2 ถ้วย
ช็อคโกแล็ตชิพ 1 ถ้วย

 วิธีทำ
ตอกไข่ใส่ชามผสม ตีด้วยตะกร้อมือประมาณ 2-3 นาที จนเป็นครีมเนียน
ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีต่อให้เข้ากัน น้ำตาลไม่ต้องถึงกับละลายหมดก็ได้ค่ะ
นำนมใส่หม้อตั้งไฟแบบ double boiler จนกระทั้งพอเดือด ตั้งทิ้งไว้อย่างนั้นก่อนนะคะ
แบ่งนมที่ยังร้อนๆ อยู่ มา 1/2ถ้วย เทลงในส่วนผสมของไข่ คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ
เทส่วนผสมที่ได้กลับลงไปในหม้อนมที่ยังตั้งไฟอยู่
คอยคนอยู่เรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นขึ้น ประมาณ 10 นาที ยกลงจากเตา ทิ้งไว้พออุ่น จากนั้นใส่เฮฟวี่ครีมและวานิลาลงไป
คนทั้งหมดให้เข้ากัน ทิ้งไว้ให้เย็นสนิท
พอส่วนผสมเย็นดีแล้ว คลุมด้วยพลาสติก นำเข้าแช่ฟรีซจนเย็นจัดประมาณ 45 นาที (หรือจะแช่ตู้เย็นธรรมดาค้างคืนไว้ก็ได้)
นำส่วนผสมที่เย็นจัดดีแล้ว ใส่ในเครื่องปั่นไอติม พอปั่นจนเป็นเนื้อไอศครีมดีแล้ว ก่อนปิดเครื่อง 1-2นาที ให้ใส่ช็อคโกแล็ตชิพลงไป
ปั่นต่ออีกประมาณ 1-2 นาที จนช็คคโกแล็ตเข้ากันกับเนื้อไอติมดี
จากนั้นเทใส่ภาชนะที่มีฝาปิด นำแช่ฟรีซอีกครั้งพอให้เนื้อไอศรีมแข็งขึ้น เสร็จแล้วก็ทานได้เลยค่ะ ไอศครีมเย็นๆ เหมาะกับวันแดดอุ่นๆ



https://sites.google.com/site/welcometopans/xiskrim-chxkh-ko-laet-chiph

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

อาเซียน


อาเซียน 10 ประเทศ อาเซียน
ประเทศอาเซียน
ในสภาวะแห่งยุคทุนนิยม ที่เศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศต่าง ๆ นั้นอยู่รวมกันเป็นสังคมโลก ไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายได้ จึงต้องมีการรวมตัวกันของประเทศในแต่ละภูมิภาคเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมและพัฒนาประเทศในภูมิภาคไปพร้อม ๆ กัน ด้วยเหตุนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียน จึงได้มีข้อตกลงให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015)

          แต่ก่อนที่เราจะมาดูเนื้อหาสาระของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนนี้ เราจะมาย้อนดูกันรวมตัวกันของประเทศในอาเซียนว่ามีการรวมตัวกันได้อย่างไร จนมาเป็นอาเซียนในปัจจุบัน

          โดยอาเซียนหรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (ASEAN : The Association of South East Asian Nations) ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ต่อมาในปีพ.ศ.2527 บรูไน ดารุสซาลาม ได้เข้ามาเป็นสมาชิก ตามด้วยเวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2538  ขณะที่พม่าและลาวเข้ามาเป็นสมาชิกใน พ.ศ.2540 และประเทศสุดท้ายคือกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อ พ.ศ. 2542  ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ

 รู้จัก 10 ประเทศอาเซียน 

บรูไน


1.บรูไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) 

          ประเทศบรูไน มีชื่อเป็นทางการว่า "เนการาบรูไนดารุสซาลาม" มีเมือง "บันดาร์เสรีเบกาวัน" เป็นเมืองหลวง ถือเป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะมีพื้นที่ประมาณ 5,765 ตารางกิโลเมตร ปกครองด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิราช โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีประชากร 381,371 คน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรเกือบ 70% นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษามาเลย์เป็นภาษาราชการ

         

กัมพูชา


2.ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

          เมืองหลวงคือ กรุงพนมเปญ เป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยทางทิศเหนือ และทิศตะวันตก มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย มีประชากร 14 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรกว่า 80% อาศัยอยู่ในชนบท 95% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ แต่ก็มีหลายคนที่พูดภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเวียดนามได้

         
อินโดนีเซีย


3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)

          เมืองหลวงคือ จาการ์ตา ถือเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ 1,919,440 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) โดย 61% อาศัยอยู่บนเกาะชวา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษา Bahasa Indonesia เป็นภาษาราชการ

          ลาว

4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (The Lao People's Democratic Republic of Lao PDR)

          เมืองหลวงคือ เวียงจันทน์ ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก โดยประเทศลาวมีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย คือ 236,800 ตารางกิโลเมตร พื้นที่กว่า 90% เป็นภูเขาและที่ราบสูง และไม่มีพื้นที่ส่วนใดติดทะเล ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม โดยมีประชากร 6.4 ล้านคน ใช้ภาษาลาวเป็นภาษาหลัก แต่ก็มีคนที่พูดภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
มาเลเซีย
         

5.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)

          เมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร แบ่งเป็นมาเลเซียตะวันตกบคาบสมุทรมลายู และมาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ทั้งประเทศมีพื้นที่ 329,758 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากร 26.24 ล้านคน นับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ใช้ภาษา Bahasa Melayu เป็นภาษาราชการ

ฟิลิปปินส์
     

6.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)

          เมืองหลวงคือ กรุงมะนิลา ประกอบด้วยเกาะขนาดต่าง ๆ รวม 7,107 เกาะ โดยมีพื้นที่ดิน 298.170 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 92 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นอันดับ 4 ของโลก มีการใช้ภาษาในประเทศมากถึง 170 ภาษา แต่ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาตากาลอก เป็นภาษาราชการ

          สิงคโปร์

7.สาธารณรัฐสิงคโปร์ (The Republic of Singapore)

          เมืองหลวงคือ กรุงสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมทางเรือของอาเซียน จึงเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุดในย่านนี้ แม้จะมีพื้นที่ราว 699 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มีประชากร 4.48 ล้านคน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ แต่มีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ ปัจจุบันใช้การปกครองแบบสาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว)

          ประเทศไทย


8.ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)

          เมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 513,115.02 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 77 จังหวัด มีประชากร 65.4 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขของประเทศ

           เวียดนาม

9.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam)

          เมืองหลวงคือ กรุงฮานอย มีพื้นที่ 331,689 ตารางกิโลเมตร จากการสำรวจถึงเมื่อปี พ.ศ.2553 มีประชากรประมาณ 88 ล้านคน ประมาณ 25% อาศัยอยู่ในเขตเมือง ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์ ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

ประเทศพม่า
       

10.สหภาพพม่า (Union of Myanmar)

          มีเมืองหลวงคือ เนปิดอว ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันออก โดยทั้งประเทศมีพื้นที่ประมาณ 678,500 ตารางกิโลเมตร ประชากร 48 ล้านคน กว่า 90% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท หรือหินยาน และใช้ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ

         
          ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา อาเซียนได้เกิดความร่วมมือ รวมทั้งมีการวางกรอบความร่วมมือ เพื่อสร้างความเข็มแข็ง รวมถึงความมั่นคงของประเทศสมาชิกทั้งด้านความมั่นคงเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และในปี พ.ศ. 2558 อาเซียนได้วางแนวทางก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ภายใต้คำขวัญคือ  "หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม" (One Vision, One Identity, One Community) โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ประชาคม คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน(ASEAN Political Security Community : APSC)  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC)

          โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2552 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองปฏิญญาชะอำ หัวหิน ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ค.ศ. 2009-2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 ซึ่งประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา ดังต่อไปนี้

           1.ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (ASEAN Security Community – ASC) มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง

           2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน โดย

                มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี 2020

                ทําให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base)

                 ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน

                ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาคตลาดการเงินและตลาดทุน การปะกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพิ้นฐานและการคมนาคม พัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน
 
          กลุ่มสินค้าและบริการนำร่องที่สำคัญ ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน คือ สินค้าเกษตร / สินค้าประมง / ผลิตภัณฑ์ไม้ / ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่งทอ / ยานยนต์ /อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN) / การบริการด้านสุขภาพ, ท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน) กำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีที่เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ โดยผ่อนปรนให้กับประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียตนาม สำหรับประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ทำ Roadmap ทางด้านท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน)

            3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

          สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง จึงได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาอาเซียน โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการศึกษา ซึ่งจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ที่จะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่น ๆ ให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน และจะมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันในประชาคมอาเซียน









http://hilight.kapook.com/view/67028

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

น้ำตกขุนกรณ์



น้ำตกขุนกรณ์






น้ำตกขุนกรณ์ ตั้งอยู่ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.เชียงราย สภาพพื้นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1500 เมตรโดยใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 30 นาที เมื่อก้าวลงจากรถจะได้สัมผัสกับความร่มรื่นเย็นสบาย จากธรรมชาติที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนตลอดเวลาที่นี่ทุกท่านจะได้พบกัน น้ำตกขุนกรณ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุด ใน จ.เชียงราย มีความสูงที่น้ำตกลงมาถึงด้านล่างประมาณ 70 เมตร 

นอกจากนี้ยังมี น้ำตกผีเสื้อ  ที่สำรวจพบผีเสื้ออยู่หลายชนิด และ น้ำตกห้วยเล่าอ้าย  ที่ยังคงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่ ตลอดทางเดินเข้าชมน้ำตก จะพบพันธุ์ไม้ต่างๆ ขึ้นให้เห็นอยู่มากมาย อาทิ ไม้ขนาดใหญ่ ไม้คลุมดิน กล้วยไม้ และเฟิร์น โดยมีเสียงน้ำ เสียงนก เสียงแมลงต่างๆ คอยช่วยเสริมให้บรรยากาศเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสธรรมชาติ ทางวนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ ยังมีเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ เพื่อให้ได้ศึกษาธรรมชาติ โดยมีจุดที่น่าสนใจให้ศึกษาตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็น กล้วยไม้หายาก รอยต่อป่า จุดเริ่มต้นของสายธาร ซึ่งหากได้เข้าไปสัมผัสอย่างใกล้ชิดแล้ว จะพบคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำหรับกางเต้นท์พักแรม และยังมีร้านค้าเล็กๆจำหน่ายสินค้าและอาหารไว้สำหรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น
การเดินทาง วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 33 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถสองแถวประจำทางสาย เชียงราย-บ้านปางริมกรณ์ หรือโดยรถยนต์ส่วนบุคคลตามทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณ 13 กิโลเมตรถึงบ้านร่องขุ่นแล้วเลี้ยวขวาไปตาม ทางหลวงหมายเลข 1208 ประมาณ 5 กิโลเมตร จนถึงสามแยกบ้านใหม่เลี้ยวขวาเข้าน้ำตกขุนกรณ์ตามทางหลวงหมายเลข 1208 ประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงวนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ จากนั้นเดินทางด้วยเท้าขึ้นน้ำตก ระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร





 http://www.chiangraifocus.com/attractions/





  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS